ตัวละคร~

posted on 28 May 2009 22:44 by rimuchan

Free Image Hosting at www.ImageShack.us

 

คาแรคเตอร์ "อาเรีย (Blade council)" จากผลงานเก่าเรื่อง sacred saga

credit - ขอบคุณเนกี้จังที่ช่วยสละเวลามาลงสีให้นะครับ^^"

edit @ 28 May 2009 22:45:44 by Feang_sui

edit @ 28 May 2009 22:47:21 by Feang_sui

~Windy Arc~ 03

posted on 21 Jan 2009 22:12 by rimuchan

ทั่วทั้งห้องประชุมเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบต่างๆนาๆชวนให้ปวดหัวสายตาแทบทุกคู่จับจ้องอยู่ที่คาริมจนผู้อำนวยการโบกมือเป็นสัญญาณให้เงียบ

 

การคัดเลือกเข้าบ้านและการปฐมนิเทศจบแต่เพียงเท่านี้ขอให้ทุกคนแยกย้ายไปได้

 

มันเป็นการปฐมนิเทศที่สั้นที่สุดในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว

 

คาริมเดินตามหนึ่งในคณะครูซึ่งจะนำทางเธอไปยังบ้านไวซุสซึ่งตอนนี้คาดว่าคงจะกลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ไปเสียแล้ว ตัวบ้านอยู่ใกลจากสถาบันมากกว่าหอพักทั่วไปมีลักษณะคล้ายแมนชั่นผีสิงก็มิปานด้วยรูปลักษณ์ที่ดูเก่าเก็บโครงสร้างภายนอกเป็นหินอ่อนแทบทั้งสิ้นในตัวบ้านมีห้องนอนจำนวนมากและห้องปฏิบัติการเฉพาะกิจต่างๆอุปกรณ์ทุกชิ้นจัดอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานห้องทุกห้องถูกทำความสะอาดไว้อย่างดี

ส่วนเรื่องอาหารการกินต้องทำเองทว่าวัตถุดิบต่างๆจะมีคนนำมาส่งให้เป็นประจำ

 

จากนี้ไปคุณต้องดูแลที่นี้ด้วยตัวเองนะครับ

 

ไม่มีปัญหา

 

ขอให้โชคดีครับ

 

กล่าวจบครูท่านนั้นจึงจากไป

 

คาริมเลือกหยิบวัตถุดิบที่ใช้ทำอาหารมาราวๆ2-3ประเภทแล้วจึงประกอบอาหารอย่างง่ายกินเองในห้องครัวเลยเนื่องจากห้องอาหารอันกว้างใหญ่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้และมันจะเป็นการเหนื่อยเปล่าจากนั้นขึ้นไปสำรวจห้องส่วนตัวพบว่าสัมภาระถูกจัดเข้าที่เรียบร้อยแล้วมีตำราจัดไว้ให้เบ็ดเสร็จ

 

อื้อหือ....

 

เจ้าตัวก็อดทึ่งไม่ได้จริงๆเนื่องจากเป็นครั้งแรกที่มีการเตรียมการอย่างดีเพื่อเธอราวกับเป็นบุคคลสำคัญสำหรับวันแรกซึ่งไม่มีอะไรทำเลยคาริมจึงหยิบตำราที่ท่านผู้อำนวยการบรรจงจัดเตรียมไว้ให้ขึ้นมาอ่านเล่นแล้วพบว่าเนื้อหาในนั้น99.99%ตนผ่านมันมาหมดแล้วและพบว่าใช้จริงแทบไม่ค่อยจะได้กลายเป็นหนังสือปัญญาอ่อนไปซะหมดหนังสือมัดที่สองค่อยสะดุดตาขึ้นมาหน่อย...

            อักษรรูน

                ศาสตร์อัญเชิญอย่างง่าย

                ศาสตร์มืดและการแช่งสาป

น่าเบื่อเป็นบ้า

 

จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนจนตื่นขึ้นในเช้าวันใหม่รวมเวลานอนแล้ว11ชั่วโมงเลยทีเดียว

 

เมื่อเวลาเช้ามาถึงคาริมจัดแจกธุระส่วนตัวอย่างเร็วและตรงดิ่งไปโรงอาหารรวมเนื่องจากขี้เกียจทำอาหารเองชุดสำหรับนักเรียนที่แต่งไปเป็นแบบมาตรฐานคือเป็นเสื้อเชิ้ตแขนกุดสีขาวกระโปรงทรงเอสีเทาถุงเท้าสีน้ำเงินเข้มยาวถึงหน้าแข้งและรองเท้าหนังสีน้ำตาล สิ่งที่ทำให้ชุดของเธอต่างจากนักเรียนคนอื่นคือประการแรกไม่มีผ้าคลุมสุดหรูและประการที่สองคือมีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่ผู้ไท้สีดำทันทีที่ก้าวเข้าโรงอาหารคาริมตกเป็นเป้าสายตาทันทีเนื่องจากเครื่องแบบที่แตกต่างแล้วหูยาวแหลมอันเป็นลักษณะเด่นของเอล์ฟ

 

ทว่าระหว่างที่กำลังตักอาหารใส่ปาก....

 

แกเป็นแค่เอล์ฟมาทำอะไรในสถาบัณของชนชั้นสูงหืม?

 

เสียงแหลมบาดแก้วหูดังขึ้นพร้อมมือขาวนวลฟาดลงบนโต๊ะทุกสายตากำลังจับจ้องมาที่โต๊ะของคาริมเด็กผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกันยืนล้อมโต๊ะเธออยู่บรรยากาศในโรงอาหารเงียบกริบ

 

ตูไม่น่าขี้เกียจเล้ยพับผ่าสิ คาริมคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปยังคงตักอาหารใส่ปากไปเรื่อยๆ

 

นี่รู้มั้ยว่าใครกำลังพูดกับแกนังเอล์ฟ? นี่องค์หญิงเฟร์เซีย แห่ง กราลส์ นะยะ!!”

 

เด็กหญิงที่ดูท่าทางเป็นลิ่วล้อออกตัวบ้างโดยประกาศบารมีของหัวโจกแต่คาริมยังคงเมินเฉยกระทั่งองค์หญิงขึ้นมายืนบนโต๊ะง้างเท้าหมายกระทืบหัวเอล์ฟให้จมลงไปในถ้วยซุปที่เจ้าตัวบรรจงตักกินอย่างใจเย็น

 

เพล้ง!!

 

กรี๊ดดด!!!! นังเอล์ฟหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!!?”

 

รองเท้าหนังอย่างดีของผู้ที่เรียกตนเองว่าองค์หญิงกระทืบลงบนถ้วยซุปทีทำจากกระเบื้องจนแตกกระจาย

 

โตป่านนี้ยังเล่นอะไรเป็นเด็กไปได้ เนี่ยนะองค์หญิง?ครองราชย์เมื่อไหร่ประเทศคงล่มจมภายใน3วันแน่นอน

 

ว่าจบเอล์ฟปากเสียก็สะบัดหลังจากไปทิ้งความร้าวฉานไว้เบื้องหลัง

 

บังอาจมาก!!!ถึงองค์หญิงจะแค่ปี1แต่พลังเวทย์ระดับ5เชียวนะยะ!!”

 

ลิ่วล้อหมายเลขหนึ่งกล่าว

 

โห...กลัวตายล่ะน่ะฉันซัดพวกระดับ15มาแล้วยังไม่อวดซักคำ

 

งั้นก็รับไปซะ!!! ไลท์นิ่ง...... อุ๊บ!!!!” เฟร์เซียดึงพลังธาตุลมเข้าจรดที่ปลายนิ้วพลางขยับปากท่องคาถาแต่แล้วก็ปรากฏภาพที่ทำให้นักเรียนแทบทั้งสถาบันต้องตกตะลึง!!!

 

ปึ้งง!!!!"

 

ด้วยระยะห่างเพียงสิบก้าวคาริมเข้าประชิดผู้ร่ายเวทย์อย่างรวดเร็วมือขวาปิดปากเพื่อขัดจังหวะการท่องคาถามือซ้ายล๊อคจับข้อมือขวาของเหยื่อที่กำลังรวบรวมพลังจากธรรมชาติแล้วเหวี่ยงร่างขององค์หญิงจอมยโสฟาดลงกับโต๊ะอาหารจนโต๊ะเจ้ากรรมหักคาที่ผู้ช่วยอีกสองคนกำลังจะนำคทาออกมาจากแผ่นผนึกแต่คาริมไวกว่าเพียงแค่เอล์ฟสาววาดมือผ่านอากาศวูบเดียวร่างของเด็กสาวทั้งสามก็ถูกโยนออกไปนอกโรงอาหารราวกับมีมือที่มองไม่เห็นจับพวกหล่อนโยนมันออกไป

 

จะเกรียนทั้งทีก็หัดเลือกเหยื่อบ้างนะองค์หญิง ~”

 

ทุกอย่างเกิดขึ้นและจบลงด้วยเวลาอันรวดเร็วนักเรียนนิสัยเสียผู้ยกตนข่มผู้อื่นถูกกำหราบโดยเอล์ฟนิสัยเสียอย่างง่ายดาย

 

ท่ามกลางความตกตะลึงสภานักเรียนก็แห่กันเข้ามาล้อมเอล์ฟเจ้าปัญหาไว้ทันที

 

ถ้าคิดจะก่อเรื่องก็ต้องมาเจอกับพวกเรานี่เจ้าเอล์ฟ!!”

 

นักเรียนชายปีห้ามาถึงก็ตะเบ็งเสียงแสดงความเก๋าสังขารว่ากลัวคนทั้งโรงอาหารไม่ได้ยินหน้าตาหล่อเหลาหุ่นสุดเฟิร์มสาวๆพากันวี้ดว้าดกระตู้ฮู้บาดแก้วหู

 

จัดการมันเลยท่านไดส์

 

ไดส์?? ชื่อยังกะอุปกรณ์ที่มีไว้ใช้เล่นการพนันนิ? สงสัยพ่อแม่หมอนี่ผีพนันชัวร์

 

ทำทีราวกับจะมีมวยคู่เอกฝูงชนเอ๊ยนักเรียนโห่ร้องเชียร์อย่างบ้าคลั่งคณะที่เหล่าสภานักเรียนราวๆสิบกว่าคนเข้าตะลุมบอนกับเอล์ฟเพียงคนเดียว

 

ถึงจะเป็นนักเรียนแต่หล่อนก็เป็นเชื้อพระวงศ์ทำแบบนี้สถาบันนี้อาจมีปัญหาที่ตามมาไม่รู้จบคิดบ้างรึเปล่านังเอล์ฟ!!?”

 

บังเอิญว่าไม่ได้คิดว่ะ

 

เจอบทดวลน้ำลายสุดเร้าร้อน(?)เข้าไปกองเชียร์ยิ่งคลุ้มคลั่งมากขึ้น

 

เออ...ไหนๆตูก็กำลังจะเป็นดาราละขอเต็มเหนี่ยวเลยละกัน

 

ว่าแล้วก็กระโดดเข้าไปซัดกับสภานักเรียนด้วยความเมามันส์หลบทีทุ่มคนโน้นซัดคนนี้สกัดเวทย์ของนักเรียนหญิงหรือประทับเบอร์รองเท้าที่ริมฝีปากของนักเรียนชายไม่ว่าจะทำอะไรโรงอาหารได้เปลี่ยนเป็นสนามมวยเรียบร้อยแล้ว.....

 

พอแค่นั้นแหละ!!!!”

 

เสียงชายแก่ดั่งลั่นสนั่นปฐพีราวกับอัศนีพิโรธเยี่ยงคนขายเนื้อจากนิยายตะวันออกชื่อดังเรื่องหนึ่ง.....

 

มันดันเป็นเสียงของท่าน ผ.อ ซะนี่....

 

โฮะโฮ่ว....การออกกำลังกายยามเช้าจบแค่นี้แหละขอให้นักเรียนทุกคนไปเข้าชั้นเรียนนะจ๊ะ ~”

 

เสียงหัวเราะและลูกกระแดะอันเป็นเอกลัษณ์ช่วยให้สนามมวยกลับไปเป็นโรงอาหารอีกครั้ง

 

บรรดานักเรียนต่างแยกย้ายกันออกไปบางส่วนแบกเพื่อนที่หมดสภาพไปส่งห้องพยาบาล

 

สร้างวีรกรรมตั้งแต่วันแรกเลยนะคะคาริม แว่วเสียงหวานมาแต่ใกล....

 

คาเรนนั่นเอง!

 

ช่วยไม่ได้อยากมาเกรียนก่อนเองนิ?

 

คาริมตอบแบบไร้ความรับผิดชอบสุดๆ

 

กล้าฟัดกับพวกชนชั้นสูงแบบนั้นแน่มากจริงๆค่ะ

 

เห? นั่นน่ะเหรอชนชั้นสูง?

 

ส่วนใหญ่อยู่ดีกินดีไปหน่อยก็เลยเป็นอย่างที่เห็นนี่แหละค่ะ

 

เธอมายืนคุยกับเอล์ฟอย่างฉันเดี๋ยวก็มีปัญหาหรอก

 

ฮิฮิ... คาริมคิดมากน่าเรื่องแค่นี้เอง ไปก่อนนะไว้เจอกันจ๊ะ

 

อะ...อื้อ

 

โฮะๆ ติดใจคุณหนูคาเรนเข้าให้แล้วรึ?

และแล้วบรรยากาศอันแสนสดใสก็ถูกท่าน ผอ. ทลายลงอย่างง่ายดาย

 

ยุ่งไม่เข้าเรื่องน่า

 

เด็กคนนั้นน่ะ....ต่างออกไปจากคนอื่นๆนะ

 

ไม่เกี่ยวกับฉันนี่ ว่าแล้วคาริมก็รีบก้าวฉับๆจากไปทันที

 

เกี่ยวสิ....เพราะงั้นเธอถึงต้องมาอยู่ที่นี่ไงล่ะเจ้าหญิงนักฆ่าแห่งหุบเหวเบอร์ลิน

 

ทว่าสิ่งที่ชายแก่พูดออกมากลับไปไม่ถึงหูของผู้ที่สมควรจะได้ยินมันเพราะเจ้าตัวเดินไปใกลแล้ว

 

โย่ว

 

ทันทีที่กลับมาถึงบ้านไวซุสคาริมพบชายคนหนึ่งซึ่งเจ้าตัวคาดว่าคงเป็นอาจารย์ประจำตัวผมกระเซิงสีเงินนัยน์ตาสีเหลืองทองดุจสัตว์ร้ายโอเวอร์โค้ตสีดำสวมทับเชิ้ตสีขาวผูกไท้หลวมๆที่ชายเสื้อแลบออกมานอกกางเกงขายาวสีดำและรองเท้าแตะ

 

เอ่อ... สวัสดี?

 

ไคล์ ดาร์คเมอร์ซี่ อายุ27ปี เคยทำงานให้กับโบสถ์มาก่อน นับตั้งแต่วันนี้จะมาเป็นครูให้กับเธอนะ

ว่าจบเขาหยิบบุหรี่ขึ้นจุดสูบ

 

เหม็น

คาริมสบถทันที

 

หืม? ว่าไงนะ?

ไคล์ทำหูทวนลม

 

บอกว่ามันเหม็น

 

ถ้ารังเกียจมันนักก็ทำให้ฉันหยุดสูบมันให้ได้สิ

 

หมับ!!!

 

ผิดคาดทีเดียว....คุณครูคนใหม่คว้าข้อมือคาริมไว้ได้ก่อนที่จะดึงดาบสั้นออกจากฝักด้วยซ้ำ

 

เฮ้ย.....

เอล์ฟตัวแสบถึงคราวได้อึ้งกับเขาบ้างแล้ว....

 

ไม่มีใครเคยสอนเรอะว่าวิถีแห่งเกรียนน่ะ...มันใช้กับพวกเดียวกันไม่ค่อยได้ผลน่ะ?

ไคล์กล่าวพลางพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าเอล์ฟสาวเต็มๆจนเจ้าตัวต้องเบือนหน้าหลบ

 

บอกว่ามันเหม็น!!!!”

เนื่องจากอารมณ์ฉุนกึกก๊อกที่สองแตกคาริมกะซัดกำปั้นเข้าใส่หน้าคุณครูคนใหม่

 

ปั่บ!

 

ในระยะเผาขนเขายังรับหมัดเธอได้สบายๆ

 

ผลั่ก!! ตึง!!!

 

และตอบโต้โดยการซัดปลิวติดกำแพงด้วยขาซ้าย

 

อ้ออก!!!

 

เอล์ฟตัวแสบถึงกับกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง

 

เอ้า บทเรียนแรกเพิ่งเริ่มเองนะ หมอบแล้วเรอะ?

 

ยังหรอกน่า!!!”

 

ว่าแล้วคาริมวาดมือไปยังทิศทางที่ไคล์กำลังเดินเข้ามาหาตนทว่าเขายกแขนขึ้นกันแล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น.....

 

คิดเหรอว่าแค่พลังอ่อนๆแบบนี้จะซัดฉันคนนี้ให้ปลิวแบบคุณหนูพวกนั้นได้น่ะ? คิดผิดทีเดียวล่ะ

 

นาย.....รู้จักมันด้วยเหรอ?

 

ถ้าไม่รู้แล้วเค้าฉันจะมาเป็นอาจารย์ทำปลวกอะไรล่ะ? ของจริงน่ะมันต้องแบบนี้!!!”

 

กล่าวจบไคล์ง้างมือข้างหนึ่งไปข้างหลังแล้วซัดพลังเข้าใส่ร่างบางที่ยังคงนั่งพิงอยู่กับกำแพง

 

ตูม!!!!

 

ร่างบางๆของเอล์ฟสาวถูกระเบิดสุญญากาศอันจนปลิวทะลุกำแพงหน้าบ้านกลิ้งไปนอนหมอบอยู่หน้าประตูอย่างหมดสภาพ.....

 

อ่ออก.. โอย....

 

หลังกระอักเลือดคำโตคาริมถึงกับครางออกมาโดยไม่รู้ตัว

 

อ้าวซี่โครงหักเลยเหรอ? ท่าจะเล่นแรงไปหน่อยแฮะ

เจ้าของผลงานยังคงกล่าวอย่างสบายอารมณ์ราวกับเป็นเรื่องเล่นๆ

 

เอ้า นอนนิ่งๆซิ

 

ว่าแล้วก็จัดแจงจัดท่าร่างของคาริมที่ตอนนี้หมดสติไปเรียบร้อยแล้วให้อยู่ในท่านอนหงายแล้ววางมือตรงจุดที่ซี่โครงนั้นหักแล้วร่ายมนต์รักษาอย่างชำนาญจากนั้นจึงพาร่างไร้สติเข้าไปนอนในห้องรับแขก

 

5 นาทีผ่านไปคาริมพบว่าตอนนี้ตัวเองนอนอยู่บนโซฟาแสนนุ่มเสียแล้ว.....

 

นี่นายคงไม่ได้......

 

เฮ้ย เป็นเด็กเป็นเล็กคิดอะไรทะลึ่งจริงว้อย

 

เห?? ฉันยังไม่ทันพูดอะไรนายออกตัวก่อนแบบนี้แปลว่ากำลังคิดเรื่องแบบนั้นอยู่ล่ะซิ?

 

เฮ้ย นี่ฉันไม่ได้...

 

ลามก…”

 

เจอตัดบทแบบนี้ทำเอาไคล์เงียบไปครู่หนึ่งด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่....

 

เฮอะ ฝากไว้ก่อนเถอะ.... ว่าแต่ขยับตัวได้รึยัง?

 

และเข้าก็ตัดสินใจทำลายความเงียบลง

 

แพ้แล้วเปลี่ยนเรื่องเหรอ? หืม??

 

แต่ยัยตัวแสบท่าทางจะไม่ยอมรามือง่ายๆ

 

เออ

 

คราวนี้คาริมเป็นฝ่ายโดนวิชาตัดบทพิฆาตบ้างเธอเงียบไปนานพอดูเพราะไม่รู้จะซัดกับไคล์ต่อไปยังไง

 

อื้อ....แต่ยังรู้สึกฝืดๆอยู่

 

งั้นพักอีกซักหน่อยก็ได้ไว้หัวค่ำฉันค่อยสอนต่อ

 

คราวนี้วิชาการรึ?

 

ของพวกนั้นเธอเองคงรู้มาหมดแล้วล่ะได้ข่าวว่าความรู้เทียบเคียงระดับอาจารย์เลยนิ?

 

พูดมากน่า

 

เอล์ฟสาวถึงกับหันหน้าไปทางอื่นเนื่องจากคำถามล่าสุด จะเรียกว่าเป็นปฏิกิริยาต่อต้านคำยกยอ ก็ไม่ผิดนัก

 

ทำไมไม่ลากฉันไปฝึกต่อเลยล่ะ?

 

อย่าเอาฉันไปเทียบกับครูคนก่อนที่สอนเธอซิ สภาพแบบนี้ทำอะไรไม่ได้มากหรอกไว้พร้อมจริงๆค่อยลุยต่อ เวลาก็มีเป็นปีจะรีบไปทำไม?

 

ก็....ความเคยชินล่ะมั้ง

 

โหมตัวเองจนเคยชินเหรอ? มันไม่ใช่ความคิดที่ดีนักหรอก

 

แต่การฝึกก็จะล่าช้าลงไป

 

คำพูดของเอล์ฟสาวแทบจะทำให้ไคล์หยุดชะงัก....ทุกสิ่งในหัวของเขาแทบจะหยุดนิ่งทีเดียว

 

เฮอะ!!.... ไม่ต่างอะไรกับเซเรนซักนิด

 

เจ้าหญิงแห่งเมืองบาดาลอควอเรียสเหรอ?

 

อืม...ตอนมาทำงานกับโบสถ์ใหม่ๆก็ฟิตน่าดูอยากจะทดแทนตำแหน่งผู้ช่วยที่กำลังว่าให้เร็วๆก็โหมฝึกหนักจนร่างกายรับไม่ไหวนอนพักฟื้นเป็นปีตาซ้ายก็บอดสนิทพอลุกขึ้นมาร่างกายก็อ่อนแอลงกว่าตอนแรกที่ฝึกมาสูญเปล่าหมดแล้วก็ไม่ใช่ว่าต้องมาเริ่มใหม่ตั้งแต่0ทว่าเป็น -50 เลยซะด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นก็จงอย่าได้ทำให้งานของฉันหนักขึ้นเข้าใจรึไม่?

 

ไคล์เล่ารายละเอียดอย่างใจเย็นพลางหยิบพ๊อกเก็ทบู๊คในกระเป๋าขึ้นมาอ่าน

 

อืม...จะพยายาม

 

ว่าง่ายแบบนี้ค่อยดีหน่อย

 

ปั่บ!!!

 

ซะที่ไหนกันล่ะ!!!”

 

ไคล์ถึงกับสับประโยคแทบไม่ทันเนื่องจากเขาประมาทเกินไปจนโดนม้วนหนังสือพิมพ์ฟาดเข้าแสกหน้า

 

เอ้า!จะสอนต่อได้รึยัง?

 

เอล์ฟสาวที่ดูท่าทางจะสบายดีแล้วกล่าวพลางขยิบตาหนึ่งครั้งนัยว่ากวนประสาท

 

เออ...จะเอาให้ถึงกึ๋นเลยล่ะ

 

คาริมใช้ดาบสั้นส่วนไคล์ใช้มีดพกทั้งคู่เข้าปะทะกันทันทีที่เดินมาถึงลานฝึกข้างบ้านไวซุสมีเสียงโลหะสีกันจนขนาดที่ว่าหากใครแอบดูการฝึกสอนของครูศิษย์คู่นี้ต้องเกิดอาการรำคาญหูจนทนไม่ไหวแน่นอน

 

เป็นสายการเรียนที่แปลกแยกแทบจะเรียกได้ว่านอกรีตนักเรียนแทบจะทุกคนเลือกใช้ดาบหรือกระบี่เพราะเป็นเครื่องหมายของอัศวินเป็นตัวแทนของเกียรติยศและศักดิ์ศรีของชนชั้นสูงและนักรบทุกระดับ

 

ในขณะที่อาวุธสั้นจำพวกมีดหรือดาบสั้นรวมถึงอาวุธที่ผู้ใช้สามารถเก็บซ่อนได้นับเป็นตัวแทนของโจร คนไม่สัตย์ซื่อหรือจอมหักหลังความหมายแทบจะตรงกันข้ามกับดาบทีเดียว....

 

ว่ากันตามความเป็นจริง....พวกที่หิ้วดาบในตอนกลางวันถูกมือมีดฆ่ากลางถนนก็มีอยู่ถมไป......

 

เอาล่ะ...คราวนี้ทำตัวให้นิ่งเข้าไว้หลับตาแล้วปล่อยตัวเองไปตามกระแสพลังที่ไหลเวียนอยู่ในตัว

 

การฝึกรอบค่ำเริ่มขึ้นต่อจากชั่วโมงพักคั่นช่วงการฝึกการต่อสู้สุดหฤโหดซึ่งคาริมกระดูกหักเป็นว่าเล่นเลยทีเดียวแต่ไคล์ก็ใช้มนต์รักษาแล้วลากกลับไปลุยต่อราวกับเป็นการซ่อมตุ๊กตาไม้ขึ้นมาแล้วพังทิ้งซ้ำไปซ้ำมา

 

คาริมทำตามคำแนะนำของไคล์อย่างว่าง่าย เธอหลับตาลงปล่อยใจให้ว่างรู้สึกถึงจังหวะการหายใจของตนเอง....สายลมที่ผ่านเข้ามาในร่าง....สายลมที่ออกไปจากร่าง....สายลมที่พัดผ่านใบหูเอื่อยๆ...การไหลเวียนและการแปรผันของอากาศ การมีอยู่ของวัตถุรอบตัว.....

 

ก้อนกรวดรอบๆตัวคาริมลอยขึ้นช้าๆแล้วรักษาระดับมั่นคงที่ระดับเอว...

 

ประสาทรับรู้แผ่กว้างออกไปราวกับจะไม่มีที่สิ้นสุด....

 

อ๊ะ..

 

คาริมตื่นขึ้น ก้อนกรวดทั้งหมดร่วงลงพื้นพร้อมกัน

 

5 นาที... อืม... ไม่เลวนักสำหรับคนที่กำลังหัดใช้น่ะนะ

 

ไคล์มองดูนาฬิกาพกโทรมๆในมือเขาและประกาศผลการฝึกที่น่าพอใจสำหรับเขา

 

ความคิดของคนเป็นร้อยๆไหลเข้ามาในหัวแบบนี้มันอะไรกันแน่??

 

เอล์ฟสาวไม่ลังเลที่จะให้ครูฝึกไขข้อสงสัยให้

 

ประสาทการรับรู้ของพลังไงล่ะ ฝึกบ่อยๆจะได้ทำได้ใกลขึ้นนานขึ้น

 

มันจะเอาไปใช้อะไรได้?

 

ถ้าจำไม่ผิดเวลาใช้ปืนยาวเธอยิงไม่เคยเข้าเป้าที่เป็นพวกผู้ใช้เวทย์มนต์เลยใช่มั้ยล่ะ?

 

ใช่...พวกนั้นรู้ตัวก่อนทุกทีเลย

 

คาริมกล่าวพลางหลบสายตาไปทางอื่นเนื่องจากสิ่งที่กำลังพูดถึงนับเป็นหนึ่งในความอับอายของเจ้าตัวเลยทีเดียว

 

ถ้าพวกนั้นอยู่ในขอบเขตการทำงานของพลังของเธอ เธอสามารถปิดกั้นประสาทสัมผัสเหนือธรรมชาติของพวกนั้นได้ ไว้จะสอนให้ทีหลัง....วันนี้พอแค่นี้ไปพักให้เต็มที่เถอะ

 

อื้อ

 

แล้วทั้งสองก็แยกกัน....

 

ด้วยความเหนื่อยล้า พอกลับถึงบ้านคาริมไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าหรืออาบน้ำหากแต่ถอดเสื้อเชิ้ตออกแล้วทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มแล้วหลับไปแทบจะทันที....

 

edit @ 21 Jan 2009 22:14:20 by Feang_sui

~Windy Arc~ 02

posted on 21 Dec 2008 23:38 by rimuchan

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในสถาบันบรรยากาศเปลี่ยนไปจากตอนอยู่ในเมืองมากทีเดียวสิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่เป็นสไตล์กอธิคซึ่งตรงส่วนหลังคาจะแหลมเฟี้ยวเป็นพิเศษลานน้ำพุกลางสถาบันถูกประดับด้วยดอกไม้นาๆชนิดซึ่งล้วนแต่ราคาแพงลิ่วกันทั้งนั้นบรรดานักเรียนทั้งหน้าเก่าและใหม่ต่างเดินทางมาที่นี่ด้วยวิธีสุดหรูไม่ว่าจะนั่งมังกรมาหรือรถที่ลากด้วยสัตว์หายากกล่าวคือที่นี่มีแต่ลูกผู้ดีไปจนถึงเชื้อพระวงศ์จากนาๆประเทศ!

ในขณะที่กำลังเพลิดเพลินไปกับการมาเยือนสถาณที่ด้วยวีธีของคนมีเงินเอล์ฟสาวค้นพบว่าตนเองกำลังใช้วิธีเยี่ยงยาจกหน้าด้านก้าวฉับๆเข้าไปในสถาบันพลางคลุมหัวด้วยหมวกฮู้ดเพื่อปิดบังหูแหลมไม่ให้ก่อปัญหาสังคมให้กับตน

 

คุณคาริมรึเปล่าครับ?

 

ชายในชุดสูทสีน้ำเงินทักทายเธออย่างเป็นมิตร

 

ใช่

 

ท่าน ผ.อ. ฝากมาบอกว่าของใช้ที่จำเป็นทุกอย่างทางสมาคมจัดให้หมดแล้วและของทั้งหมดอยู่ที่บ้านพักของคุณครับ

 

แผนที่ล่ะ?

 

หลังจากพิธิปฐมนิเทศจะมีคนนำทางให้ครับ

 

ขอบคุณมาก

 

บทสนทนาของทั้งคู่เริ่มและจบลงอย่างรวบรัดและออกจะเร็วเกินกว่าที่จะสามารถเรียกได้ว่าเป็นการพูดคุยกันของคนสองคนเสียด้วยซ้ำไป

 

ระหว่างรอเวลาเรียกเข้าประชุมคาริมตัดสินใจนั่งรอตรงม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่บริเวณสวนน้ำพุ

 

เอ่อ...ถ้าไม่รังเกียจขอฉันนั่งด้วยคนได้รึเปล่าคะ?

 

มีเสียงไพเราะนุ่มหูปลุกคาริมให้ตื่นจากอาการเหม่อลอยภาพตรงหน้าคือสาวรุ่นอายุไม่เกิน17ปีแต่งตัวมิดชิดสไตล์ลูกผู้ดีรุ่นเก่าที่เสื้อผ้าไม่มีจีบหรือประดับความหรูหราอะไรทั้งสิ้นผมสีน้ำตาลไหม้ถักเปียยาวเลยหัวไหล่เล็กน้อยเข้ากับใบหน้าที่ดูราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดของศิลปินเอกยังไงยังงั้น

 

อื้อ

 

คาริมตอบเรียบๆ

 

เอ่อ...ทำไมสวมหมวกคลุมอยู่ตลอดเวลาเลยล่ะคะ?

คำถามของผู้มาเยือนทำลายความเงียบลง

 

ธรรมเนียมประเทศฉันน่ะ

 

น่าสนใจจัง ประเทศไหนเหรอคะ?

 

เบอร์ลิน

 

อ๊ะ..ยังไม่ได้แนะนำตัวเลยขอโทษที่เสียมารยาทนะคะ ฉัน คาเรน เซเลสเทีย มาจากกราดิอุส ค่ะ

 

เอาล่ะสิ....คนแรกมาก็ท่านหญิงแห่งกราดิอุสเลยคนนี้มีแววเป็นดาวสถาบันแน่

 

คาริม เอร่า ขอโทษนะที่เป็นเพียงสามัญชนน่ะ

 

ฮิฮิ....ไม่เห็นเป็นอะไรนี่อยู่สถาบัณนี้ยังไงพวกเราทุกคนก็ทัดเทียมกันอยู่แล้วเรื่องฐานะไม่ใช่ข้อแบ่งแยกเลยค่ะ

 

คาเรนปิดท้ายประโยคด้วยรอยยิ้มที่งดงามทำเอาคาริมต้องหลบสายตาด้วยความเขิน

 

โห...โคตรนางเอกเลยเอลฟ์คิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก

 

หน้าแดงเชียวไม่สบายรึเปล่าคะ?แก้มอุ่นๆด้วย?  คาเรนทำลายความเงียบอีกครั้งพลางใช้หลังมือทาบที่แก้มอุ่นๆ ของคาริม

 

อ๊ะ...เอ่อเปล่า...ไม่มีอะไรหรอก

 

งั้นเหรอคะ ดีจัง

 

ห่วงคนแปลกหน้าไม่เข้าเรื่องน่า

 

ก็เพื่อนกันนิคะ

 

หืม? ฉันเป็นเพื่อนเธอตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

 

ก็....ตั้งแต่ที่เธออนุญาตให้ฉันนั่งด้วยแล้วไงล่ะคะ

 

ร...ร้ายกาจมาก!!’

 

เฮ้ คาเรน~!!”

 

มีเสียงเด็กผู้หญิงเรียกชื่อบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็น เพื่อน เมื่อห้านาทีเศษที่ผ่านมา

 

อ๊ะ...ขอตัวก่อนนะคะ แล้วก็ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คาริม

 

อื้อ

 

คาริมตอบรับง่ายๆพลางมองคาเรนวิ่งเข้าไปรวมกลุ่มกับนักเรียนหญิงอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งคาดว่าคงเป็นกลุ่มเพื่อนที่รู้จักกันมาก่อน

 

สุภาพ สดใน ร่าเริง แถมมองโลกในแง่ดีสุดๆ.... มันนางเอกในอุดมคติชัดๆ!!

 

โปรดทราบ...ขอให้นักเรียนปี1ทุกท่านเข้ามารวมตัวกันที่ห้องประชุมใหญ่ พิธีปฐมนิเทศ กำลังจเริ่มขึ้นในเวลาอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าแล้ว ขอบคุณค่ะ

 

มีเสียงของผู้หญิงซึ่งคาดว่าคงเป็นรอง ผ.อ. กระจายเสียงผ่านอุปกรณ์เวทย์ที่ติดตั้งอยู่ทุกพื้นที่ของสถาบัณ

 

ทันทีที่สิ้นเสียงประกาศบรรดานักเรียนผู้มาพร้อมกับกระเป๋าใบโตพากันทยอยเข้าไปในห้องประชุมมีเพียงคาริมที่เดินตัวปลิวเข้าไปโดยไม่มีสัมภาระอะไรซึ่งสะดุดตานิดหน่อยสำหรับเหล่านักเรียนหญิงด้วยกัน

 

แม้ประกาศจะบอกว่าปี1แต่ก็ยังมีรุ่นพี่หลายๆคนมารวมอยู่ในที่ประชุมนี้ด้วยเหมือนกันโดยมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไปบ้างก็อยากทำความคุ้นเคยกับน้องใหม่บ้างก็มาเล็งเป้าหมายหัวใจสำหรับปีนี้และอื่นๆอีกมากมาย

 

และแล้วผู้เป็นอาจารย์ใหญ่ก็ก้าวขึ้นโพเดียมบนเวทีขนาดใหญ่พร้อมกล่าวปราศรัยชวนเพ้อฝันตามธรรมเนียม

 

ยินดีต้อนรับเข้าสู่สถาบัณเวทย์มนต์แห่งอเล็กซานเดรีย ฉันขอแสดงความยินดีกับนักเรียนหน้าใหม่ทุกคนที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อเข้ามาเรียนในสถาบัณแห่งนี้แม้ว่าบางคนจะมาจากตระกูลสูงส่งแค่ไหนหรือบางคนอาจจะเป็นเชื้อพระวงศ์ เมื่อมาเป็นนักเรียนของที่นี่แล้วขอให้รำลึกไว้ข้อหนึ่งว่า ทุกคนในสถาณที่แห่งนี้ล้วนแล้วแต่เป็นพี่น้องกันและมีฐานะที่ทัดเทียมกันไม่มีผู้ได้ได้เปรียบหรือเสียเปรียบใคร.......

 

เฮอะ!! ขอให้มันจริงเหอะน่าเอลฟ์สาวแอบสบถอยู่ในใจ

 

หลังจากการกล่าวปฐมนิเทศชวนฝันความยาว3ชั่วโมงเต็มก็มาถึงไฮไลท์ของพิธี....

 

การคัดเลือกเข้าหอพัก

 

จะมีหอพัก3หลังคือ เทมพลาร์ อาเครเนี่ยน และ วอทเชอร์ การคัดเลือกจะทำโดยให้นักเรียนขึ้นมาทีละคนสัมผัสกับลูกแก้วที่ลอยอยู่กลางเวทีแล้วมันจะประกาศชื่อหอที่นักเรียนคนนั้นจะได้เข้าสังกัด ท่านแรก นาวิส ซาริฟ แห่ง คอริบาน....

 

นักเรียนคนแรกก้าวขึ้นเวที...ท่าทางของเขาทะมัดทะแมงสมชาติเกิดลูกผู้ชายลูกแก้วเปล่งสีแดงและประกาศชื่อหอ.....

 

เทมพลาร์!!!”

 

ที่ประชุมปรบมือและนักเรียนคนถัดไปคราวนี้สีน้ำเงิน

 

อาเครเนี่ยน!!!”

 

คนถัดมาหน้าตางดงามราวผู้หญิงแต่ดันเป็นตัวผู้เขาขึ้นมารับการคัดเลือกเป็นคนที่3.....คราวนี้ลูกแก้วเปล่งแสงสีม่วง.... (โห....ส่อความหมายอะไรลึกซึ้งรึเปล่าเนี่ย?)

 

วอทเชอร์!!!”

 

บรรดานักเรียนทยอยกันออกไปรับการคัดเลือกทีละคนๆจนกระทั่งมาถึงคนสุดท้าย.....นั่นก็คือคาริม

 

เธอเดินขึ้นเวทีด้วยท่าทีที่ไม่ได้ดูทุกข์ร้อนหรือตื่นเต้นอะไรเหมือนกับนักเรียนหลายๆคนราวกับว่าทำเรื่องพวกนี้มาจนชาชินแล้ว

 

เธอเอื้อมมือสัมผัสกับลูกแก้ว.....

 

ทั้งห้องประชุมเงียบสนิท.....

 

ลูกแก้วเปล่งแสงสีดำสนิท....สีดำนั้นเข้มข้นยิ่งกว่าแท่งโลหะดาร์คมิธริลเสียอีกทั้งนี้ยังมีสายฟ้าสีแดงวิ่งวนไปวนมาอยู่รอบๆ...

 

แฟนตาซีแบบนี้สงสัย อาเครเนี่ยนหอเด็กเนิ้ดชัวร์

 

บ้าน ไวซุส !!!!”

 

ใช่...ทุกคนได้ยินไม่ผิดหรอก....ไม่ใช่หอแต่เป็นบ้านแถมยังเป็นชื่อที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อนด้วยใบหน้าของเหล่านักเรียนเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและคาดเดากันต่างๆนาๆในขณะที่คณะอาจารย์หน้าซีดเผือดกันเป็นแถบๆ.......

 

จะพยายามให้ข้อมูลของฉันเด่นน้อยที่สุดเหรอท่าน ผ.อ. นี่มันโคตรเด่นเลยนะโว้ย!!’

 

เอล์ฟสาวโวยวายอยู่ในใจ.....

 

คราวนี้เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไปกันนะ?......